วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คำสั่ง SQL COUNT

  ฟังก์ชัน COUNT เป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์หนึ่งที่ใช้ในหาจำนวนแถว
ที่มีอยู่ในตาราง

รูปแบบคำสั่ง


  1. SELECT COUNT("column_name"FROM "table_name"


ตาราง Store_Information
store_nameSalesDate
Los Angeles$1500Jan-05-1999
San Diego$250Jan-07-1999
Los Angeles$300Jan-08-1999
Boston$700Jan-08-1999

การใช้งาน

  1. SELECT COUNT(store_name) FROM Store_Information


ผลลัพธ์ที่ได้
Count(store_name)
4
          
          ฟังก์ชัน COUNT และ DISTINCT สามารถที่จะใช้ร่วมกันในคำสั่ง SQL 
เพื่อให้ได้จำนวนรายการข้อมูลที่แตกต่างกัน ตัวอย่าง ถ้าเราต้องการหาจำนวน
ของร้านค้าที่ไม่ซ้ำกันในตาราง

การใช้งาน
  1. SELECT COUNT(DISTINCT store_name) FROM Store_Information

ผลลัพธ์ที่ได้
Count(DISTINCT store_name)
3

คำสั่ง SQL LIKE

  1. SELECT "column_name"  
  2. FROM "table_name"  
  3. WHERE "column_name" LIKE {PATTERN}

PATTERN คือรูปแบบของคำที่ต้องการคำหนด ดังตัวอย่างต่อไปนี้
  • 'A_Z': ทุกตัวอักษรที่ขึ้นต้นด้วย 'A', และตามด้วยตัวอะไรก็ได้ 1 ตัวอักษร, และลงท้ายด้วย 'Z'. ตัวอย่างเช่น, 'ABZ' และ 'A2Z' ทั้งสองข้อความนี้มีรูปแบบเป็นไปตามเงื่อนไข, ขณะที่ 'AKKZ' มีตัวอักษรอยู่ระหว่า A และ Z มากกว่า 1 ตัวอักษร จึงไม่เป็นไปตามเงื่อนไข.
  • 'ABC%': ทุกตัวอักษรที่ขึ้นต้นด้วย 'ABC'. ตัวอย่างเช่น, 'ABCD' และ 'ABCABC' ทั้งสองข้อความนี้ขึ้นต้นด้วยรูปแบบตามเงื่อนไข.
  • '%XYZ': ทุกตัวอักษรที่ลงท้ายด้วยรูปแบบ 'XYZ'. ตัวอย่างเช่น, 'WXYZ' และ 'ZZXYZ' ทั้งสองข้อความนี้ลงท้ายด้วยรูปแบบตามเงื่อนไข.
  • '%AN%': ทุกตัวอักษรที่อยู่ในรูปแบบ 'AN' ในข้อความ. ตัวอย่าง, 'LOS ANGELES' และ 'SAN FRANCISCO' ทั้งสองคำนี้จะมี AN อยู่ในคำด้วย.

ตาราง Store_Information 
store_nameSalesDate
Los Angeles$1500Jan-05-1999
San Diego$250Jan-07-1999
San Francisco$300Jan-08-1999
Boston$700Jan-08-1999

การใช้งาน
  1. SELECT *  
  2. FROM Store_Information  
  3. WHERE store_name LIKE '%AN%' 


ผลลัพธิ์ที่ได้ 

store_nameSalesDate
Los Angeles$1500Jan-05-1999
San Diego$250Jan-07-1999
San Francisco$300Jan-08-1999

คำสั่ง SQL SELECT

  1. SELECT "column_name" FROM "table_name"


ตาราง Store_Information 
store_nameSalesDate
Los Angeles$1500Jan-05-1999
San Diego$250Jan-07-1999
Los Angeles$300Jan-08-1999
Boston$700Jan-08-1999

ตัวอย่างคำสั่ง

  1. SELECT store_name FROM Store_Information


ผลลัพธิ์ที่ได้ 

store_name
Los Angeles
San Diego
Los Angeles
Boston

เราสามารถเลือกหลายคอลัมน์ หรือหลายตารางได้

ตัวอย่างการเลือกทุกคอลัมน์ในตาราง


ตัวอย่างการเลือกคอลัมน์หลายคอลัมน์ในตราง

  1. SELECT column1,column2,... FROM "table_name" // คั่นแต่ละคอลัมน์ด้วย ,(comma)

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ข้อสอบO-net วิชาคอมพิวเตอร์

1.ข้อใดไม่ใช่ระบบปฏิบัติการที่นำมาใช้บนอุปกรณ์พกพา
ประเภท  Smartphone.
1.  Ubumtu       2.  Iphone  os
3.  Android      4.  Symbian
เฉลยข้อ  1
2.ไฟล์ประเภทใดในข้อต่อไปนี้เก็บข้อมูลในลักษณะตัวอักษร.
1.  ไฟล์เพลง  MP 3 (mp 3)
2.  ไฟล์รูปประเภท  JPEG (jpeg)
3.  ไฟล์แสดงผลหน้าเว็บ (html)
4.  ไฟล์วีดีโอประเภท  Movie (movie)
เฉลยข้อ  3
3.ลิขสิทธิ์โปรแกรมประเภทรหัสเปิด(Open Source)อนุญาต
ให้ผู้ใช้ทำอะไรได้บ้าง.
ก.  นำโปรแกรมมาใช้งานโดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์
ข.  ทดลองใช้โปรแกรมก่อนถ้าพอใจจึงจ่ายค่าลิขสิทธิ์
ค.  แก้ไขปรับปรุงโปรแกรมเองได้
1.  ข้อ  ก กับ  ข้อ  ค      2.  ข้อ  ข  กับ  ข้อ  ค
3.  ข้อ  ข  อย่างเดียว     4.  ข้อ  ก  อย่างเดียว
เฉลยข้อ  4
4.ระบบกระดานสนทนาหรือเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งมีความต้องการดังนี้
ก.  ต้องให้ผู้ใช้สามารถตั้งกระทู้โต้ตอบกันได้โดยผู้ใช้
ต้องแสดงตัวตน(ล็อกอิน)เพื่อเข้าระบบก่อน
ข.  ผู้ใช้สามารถตั้งกระทู้หรือเข้าไปตอบกระทู้ที่ตั้งไว้แล้วได้
ค.  ระบบจะบันทึกชื่อผู้ตั้งและผู้ตอบไว้ด้วย
ในการออกแบบฐานข้อมูลดังกล่าวข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง.
1.  ต้องสร้างตารางผู้ใช้ ตารางกระทู้และตารางคำตอบ
2.  ไม่ต้องสร้างตารางผู้ใช้เนื่องจากสามารถบันทึกชื่อ
ผู้ใช้ในตารางกระทู้และตารางคำตอบได้เลย
3.  ต้องสร้างตารางผู้ใช้และตารางกระทู้ส่วนคำตอบจะอยู่
ในตารางกระทู้อยู่แล้ว
4.  ไม่ต้องสร้างตารางกระทู้เพราะสามารถบันทึกกระทู้ที่ผู้ใช้
ตั้งในตารางผู้ใช้ได้เลย
เฉลยข้อ  4
5.อุปกรณ์ข้อใดคือหน่วยประเมินผลกลางของคอมพิวเตอร์.

เฉลย  CPU
6.ข้อใดเป้นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเมื่อค้นคว้า
หาข้อมูลจากอินเทอร์เนตมาทำรายงาน.
1.  คัดลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์
2.  ใช้เนื้อหาจากกระดานสนทนา(Web board)มาใส่ในรายงาน
3.  นำรูปภาพจากเว็บไซต์มาใส่ในรายงาน
4.  อ้างอิงชื่อผู้เขียนบทความ
เฉลยข้อ  4
5.ห้องสมุดแห่งหนึ่งต้องการพัมนาระบบยืมหนังสือโดยสามารถ
บันทึกข้อมูลการยืมหนังสือลงบนบัตรอิเลคโทรนิกส์โดยไม่ต้อง
เขียนด้วยมือระบบนี้ควรใช้เทคโนโลยีในข้อใด.
1.  Smart  Card          2.  Fingerprint
3.  Barcode                 4.  WiFi
เฉลยข้อ  3
6.ผู้ประกอบอาชีพเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ต้องเชี่ยวชาญความรู้
ด้านใดบ้างจากตัวเลือกต่อไปนี้.
ก.  ฮาร์แวร์คอมพิวเตอร์       ข.  ระบบปฎิบัติการ
ค.  เว็บเซิร์ฟเวอร์                   ง.  HTML
จ.  ระบบฐานข้อมูล                ฉ.  ภาษาจาวา(Java)
1.  ข้อ  ก และ ค                    2.  ข้อ  ข  และ  จ
3.  ข้อ  ค  และ  ง                   4.  ข้อ  ค  และ  ฉ
เฉลยข้อ  3
7.ข้อใดเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายทั้งหมด.
1.  Wi-Fi  ,  IP              2.  Wi-Fi  ,Bluetooth
3.  3G  ADSL                4.  3G    Ethernet
เฉลยข้อ  2
8.ข้อใดไม่ใช่ข้อเสียของการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์.
1.  การทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์มีความผิดทางอาญา
2.  เป็นช่องทางหนึ่งในการระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์
3.  ผู้ใช้จะไม่ได้รับการบริการจากผู้พัมนาถ้าหากมีปัญหาการใช้งาน
4.  ทำให้ผู้พัมนาซอฟแวร์ไม่มีรายได้เพื่อประกอบการและพัฒนาต่อไปได้
เฉลยข้อ  2
9.ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด.
1.  การบันทึกข้อมูลลงแผ่นดีวีดีใช้เทคโนโลยีแบบแม่เหล็ก
2.  หมายเลขไอพีเป็นหมายเลขที่ใช้กำกับ  Network Interce Card
3.  หน่วยความจำสำรองเป็นหน่วยความจำที่มีคุณลักษณะแบบ Volntile
4.  รหัส ACIIและEBCIDICเป็นการวางรหัสตัวอักษรที่ใช้ขนาด  8 บิด
เฉลยข้อ  3 

10.ผู้ก่อตั้งและผู้สร้างFacebook.com คือใคร
1.  ฟาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก
2.  มาร์ค คาลเบิร์ก
3.  มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก
4.  มาร์ค คาลเบิร์ก
เฉลยข้อ 3



ที่มา :https://krupaga.wordpress.com/category/%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A-o-net-%E0%B8%A1-6-%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C/

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ฟังก์ชัน echo

ภาษา PHP มีฟังก์ชันมาตรฐานในการแสดงค่า หรือข้อความหลัก ๆ อยู่ 2 ตัวคือ echo() และ print() ความเหมือนกันก็คือเป็นคำสั่งที่ใช้แสดงผลลัพธ์จากโปรแกรมออกมา  ส่วนข้อแตกต่างนั้นมีนิดเดียวตรงที่ ฟังก์ชัน print() จะใช้ในการสร้างข้อความให้กับ Text File ได้ด้วย เพราะฉะนั้นหากต้องการสร้าง Text File ด้วย Code ภาษา PHP ท่านต้องใช้ print()  ส่วนการแสดงผลออกทางหน้าเว็บจะใช้ echo() หรือ print() ก็ได้ ไม่แตกต่างอะไร

คำสั่ง echo()
       หน้าที่

       เป็นคำสั่งที่ใช้ในการแสดงผลออกทางหน้าเว็บ

       รูปแบบคำสั่ง

       แบบที่ 1
               echo"ข้อความที่ต้องการแสดง";
       แบบที่ 2
               echo("ข้อความที่ต้องการแสดง");
       ตัวอย่าง
              
               <?php
               echo"Hello<br>";
               echo("sunday");
               ?>

       ผลลัพธ์    
Hello
sunday

       จะเห็นว่าเราสามารถใช้ได้หลายรูปแบบ ก็เลือกใช้เอง นอกจากกนี้เรายังสามารถนำ tag  HTML มาใส่ในคำสั่ง PHP ได้ด้วย จากตัวอย่าง จะเห็นว่ามี tag <br> อยู่ด้วย ข้อสังเกตุในการนำ tag หรือคำสั่งของภาษา HTML มาใช้ร่วมกับ ภาษา PHP คือ จะต้องนำคำสั่งของ HTML มาใส่ไว้ในคำสั่ง echo()

       

การหยุดประมวลผลภายในฟังก์ชัน

คีย์เวิร์ด return หยุดการประมวลผลฟังก์ชัน ฟังก์ชันสิ้นสุดได้เพราะประโยคคำสั่งทั้งหมดได้รับการประมวลผล หรือ ใช้คีย์เวิร์ด return การประมวลผลกลับไปยังประโยคคำสั่งต่อจากการเรียกฟังก์ชัน

<?php

function division($x, $y)
{

if ($y == 0 || !isset($y))
{

echo " ตัวหาร y ต้องไม่เป็นศูนย์หรือไม่มีค่า" ;
return;

}

$result = $x / $y;
echo $result;

}
?>

ถ้าประโยคคำสั่ง return ได้รับการประมวลผล บรรทัดคำสั่งต่อไปในฟังก์ชันจะถูกข้ามไป และกลับไปยังผู้เรียกฟังก์ชันนี้ ในฟังก์ชันนี้ ถ้า y เป็น 0 จะหยุดการประมวลผล ถ้า y ไม่เท่ากับ 0 จะคำนวณผลหาร

สมมติป้อนค่าเป็น
x = 4, y = 0
x = 4
x = 4, y = 2

ผลลัพธ์ของคำสั่ง คือ
x = 4, y = 0 ผลลัพธ์ ตัวหาร y ต้องไม่เป็นศูนย์หรือไม่มีค่า
x = 4, y = ผลลัพธ์ ตัวหาร y ต้องไม่เป็นศูนย์หรือไม่มีค่า

x = 4, y = 2 ผลลัพธ์ 2


การกำหนดฟังก์ชันและเรียกฟังก์ชัน

การประกาศฟังก์ชันเริ่มต้นด้วยคีย์เวิร์ด function กำหนดชื่อฟังก์ชัน พารามิเตอร์ที่ต้องการ และเก็บคำสั่งที่จะประมวลผลแต่ละครั้งเมื่อเรียกฟังก์ชันนี้
<?php
function function_name(parameter1,…)
{
ชุดคำสั่ง …
}
?>
ชุดคำสั่งต้องเริ่มต้นและสิ้นสุดในวงเล็บปีกกา ({ }) ตัวอย่างฟังก์ชัน my_function
<?php
function my_function()
{
$mystring =<<<BODYSTRING
my function ได้รับการเรียก
BODYSTRING;
echo $mystring;
}
?>
การประกาศฟังก์ชันนี้ เริ่มต้นด้วย function ดังนั้นผู้อ่านและตัวกระจาย PHP ทราบว่าต่อไปเป็นฟังก์ชันกำหนดเอง ชื่อฟังก์ชันคือ my_function การเรียกฟังก์ชันนี้ใช้ประโยคคำสั่งนี้
my_function ();
การเรียกฟังก์ชันนี้จะให้ผลลัพธ์เป็นข้อความ "my function ได้รับการเรียก " บน browser
การตั้งชื่อฟังก์ชัน
สิ่งสำคัญมากในการพิจารณาเมื่อตั้งชื่อฟังก์ชันคือชื่อต้องสั้นแต่มีความหมาย ถ้าฟังก์ชันสร้างส่วนตัวของเพจควรตั้งชื่อเป็น pageheader () หรือ page_header ()
ข้อจำกัดในการตั้งชื่อคือ
·                  ฟังก์ชันไม่สามารถมีชื่อเดียวกับฟังก์ชันที่มีอยู่
·                  ชื่อฟังก์ชันสามารถมีได้เพียงตัวอักษรตัวเลข และ underscore
·                  ชื่อฟังก์ชันไม่สามารถเริ่มต้นด้วยตัวเลข
หลายภาษายอมให้ใช้ชื่อฟังก์ชันได้อีก ส่วนการทำงานนี้เรียกว่า function overload อย่างไรก็ตาม PHP ไม่สนับสนุน function overload ดังนั้นฟังก์ชันไม่สามารถมีชื่อเดียวกันกับฟังก์ชันภายใน หรือฟังก์ชันกำหนดเองที่มีอยู่
หมายเหตุ ถึงแม้ว่าทุกสคริปต์ PHP รู้จักฟังก์ชันภายในทั้งหมด ฟังก์ชันกำหนดเองอยู่เฉพาะในสคริปต์ที่ประกาศสิ่งนี้หมายความว่า ชื่อฟังก์ชันสามารถใช้ในคนละไฟล์แต่อาจจะไปสู่ความสับสน และควรหลีกเลียง
ชื่อฟังก์ชันต่อไปนี้ถูกต้อง
name ()
name2 ()
name_three ()
_namefour ()
ชื่อไม่ถูกต้อง
5name ()
Name-six ()
fopen ()
การเรียกฟังก์ชันไม่มีผลจากชนิดตัวพิมพ์ ดังนั้นการเรียก function_name (), Function_Name() หรือ FUNCTION_NAME() สามารถทำได้และมีผลลัพธ์เหมือนกัน แต่แบบแผนการกำหนดชื่อฟังก์ชันใน PHP ให้ใช้ตัวพิมพ์เล็ก


ชื่อฟังก์ชันแตกต่างจากชื่อตัวแปร โดยชื่อตัวแปรเป็นชนิดตัวพิมพ์มีผล ดังนั้น $Name และ $name เป็น 2 ตัวแปร แต่ Name () และ name () เป็นฟังก์ชันเดียวกัน
การหยุดประมวลผลภายในฟังก์ชัน
คีย์เวิร์ด return หยุดการประมวลผลฟังก์ชัน ฟังก์ชันสิ้นสุดได้เพราะประโยคคำสั่งทั้งหมดได้รับการประมวลผล หรือ ใช้คีย์เวิร์ด return การประมวลผลกลับไปยังประโยคคำสั่งต่อจากการเรียกฟังก์ชัน
<?php
function division($x, $y)
{
if ($y == 0 || !isset($y))
{
echo " ตัวหาร y ต้องไม่เป็นศูนย์หรือไม่มีค่า" ;
return;
}
$result = $x / $y;
echo $result;
}
?>
ถ้าประโยคคำสั่ง return ได้รับการประมวลผล บรรทัดคำสั่งต่อไปในฟังก์ชันจะถูกข้ามไป และกลับไปยังผู้เรียกฟังก์ชันนี้ ในฟังก์ชันนี้ ถ้า y เป็น 0 จะหยุดการประมวลผล ถ้า y ไม่เท่ากับ 0 จะคำนวณผลหาร
สมมติป้อนค่าเป็น
x = 4, y = 0
x = 4
x = 4, y = 2
ผลลัพธ์ของคำสั่ง คือ
x = 4, y = 0 ผลลัพธ์ ตัวหาร y ต้องไม่เป็นศูนย์หรือไม่มีค่า
x = 4, y = ผลลัพธ์ ตัวหาร y ต้องไม่เป็นศูนย์หรือไม่มีค่า
x = 4, y = 2 ผลลัพธ์ 2
การเรียกฟังก์ชัน
เมื่อฟังก์ชันได้รับการประกาศหรือสร้างขึ้นแล้ว การเรียกฟังก์ชันสามารถเรียกมาจากที่ใดๆ ภายในสคริปต์ หรือ จากไฟล์ที่มีการรวมด้วยประโยคคำสั่ง include() หรือ require()
ตัวอย่าง ฟังก์ชัน show_message() เก็บอยู่ในไฟล์ fn_ 03 _keeper.php ส่วนผู้เรียกอยู่ในสคริปต์ fn_ 03 _caller.php
<?php
include("fn_ 03 _keeper.php");
show_message();
?>